10 อาณาจักรในนิยายแฟนตาซี ที่คุณต้องลองไปสัมผัส

         

เมื่อพูดถึง นิยายแฟนตาซี ระดับท๊อปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์ , The Lord of the ring , Game of Throne  ที่ได้นักเขียนชื่อดังอย่าง J.K. Rowling, China Miéville, Ursula K Le Guin, Robert Jordan และBrandon Sanderson เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นในกลุ่มของนักเขียนแนวนี้ที่กว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ นิยายแฟนตาซีเหล่านี้ยืนอยู่บนขอบเขตแห่งความเป็นไปได้ของจินตนาการไม่รู้จบ เมื่อคุณได้อ่านนิยายแนวนี้จำนวนมาก คุณจะรู้สึกว่าตนเองได้เข้าไปอยู่ในโลกคู่ขนานอีกใบหนึ่ง อีกจักรวาลหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหยดหมึก และเสริมแต่งจินตนาการในแบบที่เป็นไปได้ไม่รู้จบ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้พบเจอโลกใหม่ มันก็เหมือนกับการขุดพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ก็ไม่ปาน ถึงกระนั้นก็มีโลกจักรวาลใน นวนิยาย สุดแฟนตาซี

นิยายแฟนตาซี

1. Hogwart  จาก Harry Potter ผลงานจาก เจ เค โรวลิ่ง

เรียกได้ว่า สาวกพ่อมดแม่มดจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้อย่างแน่นอน จากภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งฮอกวอตส์แบ่งออกเป็นสี่ บ้าน แต่ละหลังมีผู้ก่อตั้ง: Godric Gryffindor , Salazar Slytherin , Rowena Ravenclaw และ Helga Hufflepuff ตลอดทั้งบ้านจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงโดยได้รับและเสียคะแนนจากการกระทำต่างๆ เช่นการแสดงในชั้นเรียนและการจัดการกฎบ้านที่มีคะแนนรวมถึงในช่วงรวมทุกปีและมีการแสดงสีในห้องประชุมใหญ่สำหรับการแสดงไปแต่ละบ้านยังมีทีมควิดดิชของตัวเองที่เข้าแข่งขัน ดิชคัพการแข่งขันทั้งสองเกมนี้ระหว่างการแข่งขันในบ้านที่ฮอกวอตส์เป็นชุมชนที่อาศัยและเรียนรู้สำหรับนักเรียนของพวกเขาบ้านหลังอยู่เบื้องหลังใต้อำนาจของ เจ้าหน้าที่ของฮอกวอตส์ คนใดคนหนึ่งหัวหน้าบ้านตามที่พวกเขาเรียกมีหน้าที่ให้ข้อมูลสำคัญแก่นักเรียนจัดการกับเรื่องที่ต้องอดทนและตอบสนองเหตุต่อเหตุในบ้านของพวกเขาเหนือสิ่งอื่นใดในแต่ละกลุ่มระดับชั้นปีของบ้านทุกหลังจะใช้หอพักและชั้นเรียนรวมหอพักและห้องพักของบ้านมีข้อแม้ที่หายากไม่สามารถอนุญาตสำหรับนักเรียนที่อยู่ในบ้านอื่น

ในช่วงแรกของฮอกวอตส์ผู้ก่อตั้งทั้งสี่คนได้รับการคัดเลือกนักเรียนเข้าบ้านเมื่อผู้ก่อตั้งว่านักเรียนจะได้รับการคัดเลือกตอนบ่ายที่พวกเขาเสียชีวิต Godric Gryffindor ก็หมวกหมวกของเขา ออกและพวกเขาแต่ละคนก็เพิ่มความรู้ให้กับหมวกแบบนั้นโดยอนุญาตให้จัดเรียงหมวกเลือกนักเรียนโดยแข่งขันคุณสมบัติของนักเรียนแต่ละคนและวางไว้ในบ้านที่เหมาะสมการเลือกของนักเรียนเองอาจส่งผลต่อการพูด: แต่งตัวที่ ชัดเจนที่สุดคือหมวกบอกแฮรี่ว่าเขาจะทำดีใน สลิธีริน ในเล่มแรก แต่สุดท้ายก็เลือก กริฟฟินดอร์ นับที่แฮรี่ถามว่าไม่เพื่อให้เขาอยู่ในสลิธีรินผู้แปลหนังสือภาษาต่างประเทศมีปัญหาในการคำแปล “บ้าน” ในประเทศที่ไม่มีระบบนี้ไม่มีคำใดที่สามารถสื่อถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างเสียความภักดีที่มีต่อมันและความ ภาคประมาณที่ได้รับจากบ้าน

2. Arda จาก The Lord of the Rings และผลงานอื่น ๆ ของ JRR Tolkien

ในบรรดาโลกทั้งหมดของโทลคีน มิดเดิ้ลเอิร์ธ (The Middle-earth) เป็นเพียงส่วนเดียวของ Arda ที่เรารู้จักในนิยายของโทลคีน Arda เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลวิทยาขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ผู้คนมากมายแล้ว โทลคีนยังได้ประดิษฐ์ภาษาีของตนเองขึ้นมาอีกด้วย แม้จะไม่มีศิลาจารึกเอาไว้ก็ตาม

3. Eretz จาก Daughter of Smoke and Bone โดย Laini Taylor

นิยายDaughter of Smoke and Bone

Eretz เป็นโลกที่หลบซ่อนจากสายตามนุษย์ ซึ่งถูกทำลายโดยสงครามระหว่างคิเมร่า (สัตว์ในปกรณัมกรีก ส่วนหัวถึงหน้าอกเป็นสิงโต ลำตัวเป็นแพะ บั้นท้ายเป็นมังกรหรืองู นอกจากนี้ ยังสามารถพ่นไฟได้เหมือนมังกร) และเซราฟิม (ฑูตสวรรค์ มีหกปีก) ผู้เขียนได้ปลุกวิญญาณของสงครามโลกให้ขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้งผ่านความขัดแย้งและสงครามระหว่างเทวดาและปีศาจ

4. Erilea, จาก Throne of Glass (ราชินีแห่งตวามตาย) โดย Sarah J Maas

แทนที่จะโลดแล่นอยู่ในยุคกลางเฉกเช่นที่นักเขียนแฟนตาซีคนอื่น ๆ ชอบใช้กัน ผู้เขียนกลับสร้างบัลลังก์แก้วของเขาในโลกศตวรรษที่ 18 เมือง Rifthold เมืองหลวงของประเทศ Adarian เป็นเมืองที่งดงามทว่าซ่อนเร้นไปด้วยอาชญากรรมและสิ่งชั่วร้ายมากมาย

5. Filigree Street, จาก The Watchmaker of Filigree Street โดย Natasha Pulley

เรื่องดำเนินอยู่ในกลางมหานครลอนดอนและเมืองอ็อกฟอร์ด ผสมผสานกับญี่ปุ่นยุคเมจิ คุณจะไม่พบถนนแบบ Filigree บนสถานที่แห่งใดในโลกนี้ มีการบรรยายวิถีชีวิตของยุควิคตอเรียน และเป็นแฟนตาซีแบบสตีมพังก์ที่มีการผสมผสานระหว่างเรื่องลี้ลับกับวิทยาศาสตร์

6. Herran จาก The Winner’s Curse โดย Marie Rutkoski

Herran เป็นเมืองที่อยู่บนคาบสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ มีเกราะป้องกันทางภูมิศาสตร์จำนวนมาก ก่อนที่จะถูกพิชิตโดยอาณาจักร Valoria — อาณาจักรที่ไร้ความปราณีไม่ต่างจากอาณาจักรโรมโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่การดำเนินเต็มไปด้วยสงครามการเมืองและการค้า

7. The Known World, จาก A Game of Thrones โดย George RR Martin

โลกที่ทุกคนคุ้นเคยในดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ ถึงแม้ว่าในเรื่องจะดำเนินอยู่บนเพียงทวีป Westeros และ Essos ซึ่งมีความเป็นมาที่ซับซ้อนในตัวของมันเอง แต่จินตนาการของมาร์ตินยังแผ่ไกลออกไปถึงอีกทวีปที่ยังมิได้มีการสำรวจคือ Sothoryos รวมถึงท่าเรือและความลึกลับของเกาะ Asshai และเกาะต่าง ๆ ที่พาดผ่านท้องทะเล ดั่งที่มาร์ตินได้อธิบายตนเองไว้ว่า เขานั้นเป็นสถาปนิกนักเขียน

8. London Below, จาก Neverwhere โดย Neil Gaiman

โลกใต้ดินของมหานครกรุงลอนดอน ดินแดนที่อยู่ภายในท่อน้พและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โลกที่มีสัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตพิศวงมากมาย

9. Lormere, จาก The Sin Eater’s Daughter โดย Melinda Salisbury

Lormere เป็นหนึ่งในสามดินแดนที่มีความแตกต่างกันในไตรภาค The Sin Eater’s Daughter เป็นอาณาจักรที่มีรูปร่างหน้าตาตามรูปแบบประเพณีและศาสนา อยู่ภายใต้การปกครองของราชินี Helewysให้โลกเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรมในการเล่นแร่แปรธาตุ โกเลม และโพชั่น

10. Miraji, จาก Rebel of the Sands โดย Alwyn Hamilton

เกิดจากการผสมผสานของป่าตะวันตกกับหนึ่งพันและหนึ่งคืน ที่ Miraji เป็นประเทศแห่งทะเลทราบที่อุดมไปด้วยเลือดและทราย มีเมืองร้าง โรงงานผลิตอาวุธ เด็กครึ่งมนุษย์